ไอซีทีเร่งผลักดันรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หนุนองค์กรทำ "1 หน่วยงาน 1 บริการ"

ไอซีทีจี้หน่วยงานรัฐ เร่งสร้างบริการอิเล็กทรอนิกส์ สนองนโยบายรัฐบาล หลังพบว่าโครงการเกิดจริงไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ชี้กรมสรรพากรทำระบบจ่ายภาษีผ่านเน็ตเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที จับมือหน่วยงานภาครัฐเร่งผลักดัน e-Government โดยจัดสัมมนา "ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) กับโครงการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์" ขึ้นที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 28-29 กันยายนนี้ โดยมีผู้บริหารระดับสูงด้านสารสนเทศจากกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เข้าร่วมการสัมมนากว่า 300 คน การจัดประชุมสัมมนาในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อระดมความคิดและกำหนดแนวทางในการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เนื่องจากระบบ e-Government จะเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของภาครัฐในการให้บริการแก่ประชาชน เนื่องจากทำให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารงาน และช่วยให้การทำงานมีความรวดเร็วถูกต้องแม่นยำ ซึ่งจะช่วยพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืนอีกทางหนึ่งด้วย

ดร.ศุภชัย ตั้งวงศ์ศานต์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในผู้ร่วมอภิปรายได้กล่าวถึงโรดแมป หรือแผนทิศทางการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ว่า ภาครัฐจะมีการจัดทำเว็บพอร์ทอล www.egov.th เป็นเว็บกลางสำหรับทำหน้าที่เชื่อมโยงบริการจากรัฐสู่ประชาชน-ภาคธุรกิจ-ตลอดจนภาครัฐด้วยกันได้ นอกจากนั้นยังจะจัดทำแพลตฟอร์มมาตรฐาน (Common-Platform) เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานระบบแก่ผู้ใช้ให้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในอดีต การล็อกอินเข้าสู่แต่ละระบบ จำเป็นต้องป้อนรหัสผู้ใช้และพาสเวิร์ดทุกครั้ง แต่เมื่อมีแพลตฟอร์มดังกล่าว ผู้ใช้เพียงแค่ป้อนรหัสครั้งเดียวก็สามารถเข้าสู่ระบบได้ทุกระบบ เป็นต้น
นอกจากนั้นแล้ว กระทรวงยังได้ตั้งเป้าหมายว่า ทุกหน่วยงานที่จัดทำโครงการ e-Government จะต้องมีการพัฒนาบริการอิเล็กทรอนิกส์ออกมาอย่างน้อยหน่วยงานละ 1 บริการ โดยกระทรวงไอซีทีจะจัดตั้งคณะทำงานที่มีชื่อว่า e-Government Agency หรือ EGA ทำหน้าที่ส่งเสริม และผลักดันโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะประกอบด้วยบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิ และมีความเชี่ยวชาญ สามารถให้คำปรึกษาได้แก่หน่วยงานรัฐได้หากมีปัญหา ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าในการพัฒนาระบบได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้แบ่งออกเป็น 4 เฟส ได้แก่ เฟสที่ 1 ได้แก่ การมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดทำเว็บไซต์ขององค์กรเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร (Information), เฟสที่ 2 คือการจัดทำแบบฟอร์มของหน่วยงานให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Interaction), เฟสที่ 3 คือการเปิดให้ทำ Transaction ผ่านอินเทอร์เน็ต และเฟสที่ 4 คือการให้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ หรือ Transformation ซึ่งถือเป็นส่วนที่ยากที่สุด และยังไม่เกิดขึ้นในเมืองไทย
บริการอิเล็กทรอนิกส์จากภาครัฐที่ชัดเจนมากที่สุดคือบริการชำระภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร ซึ่งถือเป็นหน่วยงานภาครัฐที่สามารถพัฒนาบริการสู่เฟสที่ 3 ได้อย่างรวดเร็ว และเป็นรูปธรรมที่สุดของประเทศไทยในขณะนี้ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ มักจะยังอยู่แค่เฟสที่ 1-2 เท่านั้น

บริการอินเทอร์เน็ตพื้นฐานเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนสนับสนุนระบบ e-Government ให้เกิดเป็นรูปธรรมได้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเริ่มแพร่หลายมากขึ้น โดยมีทั้งเครือข่ายพื้นฐาน ไร้สาย หรือแม้กระทั่งดาวเทียม โดยในส่วนนี้กระทรวงไอซีทีมีนโยบายให้จัดทำเป็นเครือข่าย e-Government แบบ Private-Network และจะไม่ปะปนกับเครือข่ายอื่น ๆ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล โดยในส่วนนี้ทางกระทรวงไอซีทีจะรับหน้าที่ดูแลและขยายเครือข่ายเพิ่มเติมหากว่าเครือข่ายไม่เพียงพอต่อการให้บริการแก่หน่วยงานราชการ

 

EMR Soft Co., Ltd. Copyright © 2007