จี้รัฐป้อนงานซอฟต์แวร์บริษัทไทย "ซิป้า"ระดมสมองปรับแผนส่งเสริม

"ซิป้า" ระดมสมองผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย เก็บข้อมูลเล็งปรับแผนส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน เผยประเด็นปัญหาหลักคือขาดการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการตลาด จี้นโยบายเอาต์ซอร์ซโปรเจ็กต์ซอฟต์แวร์ของภาครัฐให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยยังไม่เห็นผล ด้านเอกชนเสนอตั้งคณะทำงานขึ้นมาผลักดันโดยตรง
นายมนู อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า เปิดเผยว่าหลังจากที่ซิป้าได้เปิดดำเนินการมาเกือบ 2 ปี จึงได้มีการจัดประชุมระดมกลุ่มผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะต่างๆ มาพิจารณาเพื่อวางแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ใน 2 ปีข้างหน้า โดยการประชุมได้มีการแยกออกเป็น 3 กลุ่มคือ แนวทางการพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์ขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี), ซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่และ การพัฒนาธุรกิจและการตลาดของผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะสรุปข้อเสนอแนะต่างๆ ให้กับซิป้าเพื่อนำมาใช้ประกอบการพิจารณาการปรับแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ว่าอะไรที่ซิป้าควรทำและยังไม่ได้ทำ
โดยจากที่รับฟังในเบื้องต้นสรุปประเด็นหลักๆ ได้ว่า ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยต้องการให้ซิป้าลงไปช่วยในด้านการสร้างตลาดหรือหาตลาดมากขึ้น และมองว่านโยบายที่จะเอาต์ซอร์ซงานซอฟต์แวร์ของภาครัฐมาให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยยังไม่เป็นผล จึงต้องการให้ซิป้าหามาตรการแนวทางที่จะผลักดันนโยบายดังกล่าวให้เกิดขึ้นโดยเร็ว นอกจากนี้ยังมองว่าการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของซิป้ายังไม่ทั่วถึงทำให้ผู้ประกอบการยังไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารเท่าที่ควร
นายมนูกล่าวว่าปัญหาเรื่องการเอาต์ซอร์ซงานภาครัฐ หลักๆ ก็คือบริษัทซอฟต์แวร์ไทยส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทขนาดเล็ก และยังไม่มีประสบการณ์ทำงานโครงการขนาดใหญ่ ขณะที่งานโครงการของภาครัฐส่วนใหญ่ระบบขนาดใหญ่ระดับ 100 ล้านบาท ทำให้ก็เป็นอุปสรรคของการที่ภาครัฐจะมาว่าจ้างบริษัทซอฟต์แวร์ไทย ซึ่งที่ประชุมก็มีการเสนอแนะเรื่องการให้บริษัทซอฟต์แวร์มีการรวมกลุ่มเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการทำโครงการต่างๆ
ทั้งนี้ ทางซิป้าจะเร่งนำข้อมูลต่างๆ มาพิจารณาเพื่อปรับแผนการการทำงานของซิป้าเพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โดยจะมีการทบทวนว่าจะมีประเด็นอะไรที่เร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการบ้าง
นายมนูกล่าวว่า ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมซอฟต์ แวร์ไทยมีการส่งออกไปตลาดต่างประเทศได้ประมาณ 5% ของมูลค่ารวม 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งซิป้าวางแผนผลักดันให้ไทยขยายตลาดต่างประเทศในลักษณะของการสร้างผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ไทย รวมทั้งการเอาต์ซอร์ซิ่ง (รับจ้างผลิต) เพราะพบว่าในตลาดสหรัฐอเมริกายุโรปซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่จะเป็นการจ้างผลิตจากต่างประเทศกว่า 70% โดยตั้งเป้าว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า มีเป้าหมายผลักดันอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ให้มีอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วน 30% พร้อมกับตั้งเป้าส่งเสริมให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยได้รับรองมาตรฐานการพัฒนา (CMM) ประมาณ 300 บริษัท
โดยนายอนุกูล แต้มประเสริฐ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยกล่าวว่าในส่วนของการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ ที่ประชุมเห็นควรเริ่มจากภาครัฐเป็นหลัก เนื่องจากภาครัฐเป็นองค์กรที่มีมูลค่าการจัดซื้อด้านไอทีสูงประมาณ 2 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 60% ของมูลค่ารวมทั้งตลาดในประเทศไทย ขณะที่มีการจัดซื้อซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยบริษัทไทยประมาณ 30% เท่านั้น จึงเห็นว่าควรมีการจัดตั้งคณะทำงานการผลักดันการใช้ซอฟต์แวร์ของภาครัฐขึ้น เพื่อผลักดันให้ภาครัฐใช้ซอฟต์แวร์ของไทยก่อน เพื่อเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์ไทย
"บริษัทผู้พัฒนาในไทยเป็นผู้มีฝีมือ แต่ยังขาดการเห็นคุณค่าและการส่งเสริม การตั้งคณะทำงาน จะช่วยให้โฟกัสและผลักดันนโยบายภาครัฐมากขึ้น ซึ่งกำหนดว่าจะมีการประชุมรวมกันทุกๆ 2 เดือน เพื่อผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง"

ด้านนายจำรัส สว่างสมุทร นายกสมาคมธุรกิจคอมพิวเตอร์ไทย ตัวแทนผู้กำหนดแนวทางการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์ขนาดกลางและขนาดย่อมกล่าวว่า การระดมความคิดเห็นกับผู้ประกอบการได้แนวความคิดแยกเป็น 3 ส่วนคือ ด้านผู้ผลิต ปัญหาส่วนใหญ่คือเรื่องบุคลากร ซึ่งมีภาระต้นทุนการฝึกอบรมด้านซอฟต์แวร์ที่มีราคาสูง ซึ่งเห็นว่าซิป้าควรเข้ามาดูแลและหาหนทางลดค่าใช้จ่ายด้านการอบรมและพัฒนาซอฟต์แวร์ให้มีราคาต่ำลง รวมทั้งควรมีการกำหนดมาตรฐานการผลิตซอฟต์แวร์ และสร้างมาตรฐานให้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น
2.ด้านผู้ซื้อ ส่วนใหญ่ผู้ซื้อไม่มีความมั่นใจต่อซอฟต์แวร์ไทย ซิป้า จึงควรช่วยในการสร้างตลาด จัดผู้ซื้อมาพบผู้ขาย ช่วยหาตลาดในการขายและแต่ละบริษัทควรจะรวมกลุ่มเพื่อสร้างคุณค่าให้องค์กรของตนเอง

และ 3.ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ทำอย่างไรให้ต้นทุนด้านสิ่งพิมพ์ที่พัฒนาความรู้ด้านไอทีมีราคาถูก เนื่องจากปัจจุบันหนังสือไอทีมีราคาสูง จึงทำให้คนไม่ลงทุนด้านการศึกษาด้านไอที มากนัก รวมทั้งการตั้งศูนย์บ่มเพาะความรู้ด้านไอที ขึ้นมา เพื่อเป็นการพัฒนาส่งเสริมทางด้านการศึกษา

 

 

EMR Soft Co., Ltd. Copyright © 2007