สนง.สถิติ เร่งเครื่องรัฐใช้มาตรฐานข้อมูล XML

อนาคตต่อยอดไปสู่บริการเว็บเซอร์วิส
สำนักงานสถิติแห่งชาติ เร่งจัดทำมาตรฐานข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานรัฐ เผยพัฒนา มาตรฐานบนภาษากลาง STAT XML ใช้เป็นภาษาเดียวกัน เพื่อรองรับศูนย์สารสนเทศแห่งชาติ หรือ เอ็นไอซี ชี้อนาคตนำไปสู่บริการเว็บเซอร์วิส
อังสุมาล ศุนาลัย รองเลขาธิการสถิติแห่งชาติ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงความคืบหน้าในการทำจัดมาตรฐานข้อมูล และการเชื่อมโยงข้อมูล ของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ข้อมูลใช้มาตรฐานเดียวกันว่า สำนักงานได้ทำมาตรฐานไว้ 23 สาขา โดยพัฒนาบนมาตรฐาน STAT XML ซึ่งเป็นภาษาสากล
โดยวัตถุประสงค์ของการจัดทำมาตรฐานดังกล่าวเพื่อรวบรวมข้อมูลของภาครัฐเป็นมาตรฐานเดียวกัน และกระจาย ข้อมูลให้ไปอยู่แต่ละหน่วยงาน เช่น ข้อมูลเกษตร จะอยู่ที่กระทรวงเกษตร ข้อมูลคลัง จะอยู่ที่กระทรวงการคลัง
"ปัญหาที่พบในเรื่องของข้อมูล จะซ้ำซ้อนกัน หรือการใช้คำ ที่เหมือนกัน แต่มีความหมายที่แตกต่างกันไป แต่หลังจากที่กำหนดมาตรฐานข้อมูลขึ้นมา จะทำให้ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลได้ ขณะเดียวกันจะนำข้อมูลของ แต่ละหน่วยงานมาเปรียบเทียบ ถ้าข้อมูลบางอย่างที่ตรงกัน ก็จะให้หน่วยงานหลักเป็นผู้ดูแล" อังสุมาลกล่าว
ส่วนประโยชน์ของการจัดทำมาตรฐานข้อมูล จะทำให้ลดความซ้ำซ้อนการจัดเก็บข้อมูล งาน และเวลา
รวมทั้งลดการบำรุงรักษา และในขณะเดียวกันให้แต่ละหน่วยงานสามารถเข้าถึงข้อมูล (Metadata) ได้ โดยข้อมูลจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือข้อมูลทั่วไป และข้อมูลที่นำไปใช้ในการบริหารเพื่อตัดสินใจได้ เช่น ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) หรือศูนย์ปฏิบัติการระดับกระทรวง (MOC)
ที่ผ่านมา สำนักงานฯ ได้จัดเก็บข้อมูลมาเป็นระยะเวลา 4 ปี และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาเป็นที่ปรึกษาการจัดทำมาตรฐานข้อมูล และการเชื่อมโยงข้อมูล โดยใช้งบประมาณราว 7 ล้านบาท ซึ่งมาตรฐานข้อมูลที่กำหนดขึ้นมา เช่น ทำมาตรฐานชื่อ, รหัสอาชีพ, รหัสการศึกษา, รหัสธุรกิจ และรหัสอุตสาหกรรม เป็นต้น
ส่วนมาตรฐานข้อมูล 23 สาขา ที่หน่วยงานรัฐต้องการเข้าไปศึกษารายละเอียด เพื่อนำไปพัฒนาในหน่วยงาน สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ http://nicapp.nso.go.th/egms/ ซึ่งประกอบด้วย

สาขาประชากรและเคหะ
สาขาสถิติแรงงาน
สถิติการศึกษา ฝึกอบรม ศาสนา วัฒนธรรม
สถิติสุขภาพ
สถิติสวัสดิการสังคม
สถิติหญิงและชาย
สถิติรายได้ และรายจ่ายของครัวเรือน
สถิติด้านสังคมอื่นๆ
สถิติบัญชีประชาชาติ
สถิติการเกษตร การประมง และการป่าไม้
สถิติอุตสาหกรรมเหมืองแร่
สถิติพลังงาน
สถิติค้าส่ง ค้าปลีก และการค้าระหว่างประเทศ
สถิติการขนส่ง
สถิติการสื่อสาร และโทรคมนาคม
สถิติการท่องเที่ยว
สถิติการเงิน การธนาคาร การประกันภัย และดุลการชำระเงิน
สถิติการคลัง
สถิติราคา
สถิติด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิทธิบัตร
สถิติด้านเศรษฐกิจอื่นๆ
สถิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ
สถิติอุตุนิยมวิทยา
สาขาแรงงาน นำร่อง

ทั้งนี้ตามกำหนดการ มาตรฐานข้อมูลจะต้องเริ่มใช้ในเดือนตุลาคม 2548 นี้ แต่คาดว่าจะไม่เป็นไปตามแผนปฏิบัติ เนื่องจากแต่ละหน่วยงานของรัฐใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน และเป็นระบบเก่าที่จัดเก็บข้อมูลลงในเวิลด์ แต่หลังจากที่ได้เชิญภาครัฐมาให้ความรู้ หลายองค์กรมีความพอใจที่เปลี่ยนมาใช้ แต่ยังไม่สามารถกำหนด ระยะเวลาได้ว่าทุกหน่วยงานภาครัฐ จะต้องใช้มาตรฐานข้อมูลให้เหมือนกันได้เมื่อใด
สำหรับหน่วยงานนำร่องที่จะใช้มาตรฐานข้อมูลของสำนักงาน คือ สาขาแรงงาน กระทรวงแรงงาน เพราะเป็นหน่วยงาน ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ คาดว่าจะทดลองดำเนินการได้ ส่วนหน่วยงานที่อยู่ระหว่างศึกษาการใช้ คือ สาขาสาธารณสุข
"หากหน่วยงานทุกแห่งของภาครัฐมองว่า ศูนย์สารสนเทศแห่งชาติ หรือเอ็นไอซี เป็นยุทธศาสตร์ของรัฐ เพื่อช่วย แก้ปัญหาความยากจน และมองให้เป็นยุทธศาสตร์เดียวกัน ก็จะทำให้มีการใช้มาตรฐานเพิ่มมากขึ้น และทำให้แก้ ปัญหาได้ง่าย" อังสุมาลกล่าว

จุดหมายพัฒนาเป็นเว็บเซอร์วิส
ทั้งนี้ การจัดทำมาตรฐานข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูล เป้าหมายในอนาคตภายหลังจากที่ทุกหน่วยงานของรัฐมี มาตรฐานข้อมูลแล้ว จะสามารถพัฒนาไปสู่บริการเว็บเซอร์วิส โดยทุกหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงโครงข่าย และดึงข้อมูลมาใช้ได้ตามที่ต้องการ

ศูนย์เอ็นไอซี พร้อมให้บริการปี 51
สำหรับศูนย์เอ็นไอซี มีกำหนดการดำเนินงาน 4 ปี เริ่มตั้งแต่ กันยายน 2548 จนถึงปี 2551 ส่วนความคืบหน้าล่าสุด อยู่ระหว่างการจ้างให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษาจัดทำแผนโครงข่ายและการวิเคราะห์ระบบข้อมูล คาดแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำมาตรฐานข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูล โดยมีระยะเวลาดำเนินงานให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้

ส่วนปี 2549 เป็นการวางระบบและจัดหาอุปกรณ์ ให้กับหน่วยงานส่วนกลาง และปี 2550-2551 การวางระบบ และจัดหาอุปกรณ์ ให้กับหน่วยงานส่วนภูมิภาค รวมถึงการรวบรวมข้อมูลและนำเข้าข้อมูล ทั้งนี้ สำนักงานได้รับ งบประมาณจากการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว เป็นเงิน 377 ล้านบาท

 

 


EMR Soft Co., Ltd. Copyright © 2007